รีวิว Audi RS5 VS Ducati Panigale V4 S ดวลเดือดศึกสายเลือดในครอบครัว 664 แรงม้า!

รีวิว Audi RS5 VS Ducati Panigale V4 S แบรนด์แม่ V6 ปะทะ แบรนด์ลูก V4

Audi RS5 VS Ducati Panigale V4 S สปอร์ตคูเป้ไฮเพอร์ฟอร์แมนซ์ ท้าดวลซุปเปอร์ไบค์เรือธงในครอบครัว

สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านในวันนี้ ทีมงาน MotoRival เราจะขอพาทุกคนมาพบกับ สุดยอดรถสมรรถนะสูงทั้ง 4 ล้อ และ 2 ล้อ ซึ่งทั้ง 2 แบรนด์นี้ เป็นแบนด์แม่ลูกกันอีกด้วย

Audi-RS5-Ducati-Panigale-V4S-Cover9

เอาล่ะครับหลายคนคงจะทราบกันดีแล้วว่า ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2021 นี้มา Ducati Thailand ได้เปลี่ยนผู้แทนจำหน่ายใหม่ มาเป็นทาง โมโตเร อิตาเลียโน่ ซึ่งก็อยู่ภายใต้การดูแลของทาง Audi Thailand

ไม่ใช่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้น เพราะว่าทาง Audi เองก็ถือเป็นแบรนด์แม่ของ Ducati ในระดับ Global ซึ่งทั้งหมดก็จะอยู่ภายใต้ร่มโพธิ์ของ VW Group อีกที

Audi-RS5-Ducati-Panigale-V4S-Cover2

และดังนั้นในวันนี้ แน่นอนว่าต้องไม่ธรรมดา MotoRival เราขอนำรถ Audi RS5 สปอร์ตคูเป้ Hi-Performance มา VS Ducati Panigale V4 ซุปเปอร์ไบค์เรือธงค่ายแดง

Pon 2020 Panigale V4S

โดยก่อนอื่น สำหรับ Ducati Panigale V4 S นั้น ทางผม ภณ MotoRival ได้เคยทำรีวิวในสนามช้างฯ ไปเมื่อช่วงปีที่ผ่านมาแล้ว
สามารถรับชมได้ที่นี่ ในวันนี้ ผู้รับหน้าที่รีวิว V4 S Battle บน On Road จะเป็นทางน้องจอห์น MotoRival

ส่วนตัวผมเอง จะขอมาเริ่มที่ Audi RS5 Coupe คันนี้กันก่อนเลยครับ

Audi-RS5-1
Audi RS5 ถือเป็นรุ่นท๊อปในตระกูลตัวถังลงท้ายด้วย 5 แถมเป็นรถที่ผมชอบที่สุดในรหัส RS สายพันธุ์แรง
เพราะเป็นโฉมคูเป้ สำหรับผมเอง นี่คือ รถในฝันที่ผมอยากได้ มาใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

ภายนอก Audi RS5 จะมากับ
ไฟหน้า Matrix LED เพิ่มความดุด้วยแถบข้าง Air intake สีดำที่ส่วนปลายโคมไฟหน้า และหลัง
กระจังหน้า Single Frame ขนาดใหญ่สีดำ เช่นเดียวกับช่องกรอบไฟตัดหมอก
ชายสเกิร์ตหน้ามีการเสริมลิ้นหน้า
rs5-logo

โลโก้ 4ห่วง และ RS เป็นสีดำ ทั้งหน้า-หลัง และแก้มข้าง บ่งบอกสายพันธุ์แรง
หลังคาพาโนรามิกก็ทำสีดำ

Audi-RS5-Side

ล้ออัลลอย Evo Design สีดำ ขนาด 20″ ภายในจะเจอเบรกคาลิปเปอร์สีแดง 6 Pot

Audi-RS5-Side-Back

สปอยเลอร์ท้ายแบบ Ducktail
ดิฟฟิวเซอร์ท้าย พร้อมท่อไอเสีย RS ออก 2 ฝั่ง

Audi-RS5-Fine-Nappa-RS-Badge

ภายในห้องโดยสาร เป็นวัสดุหนังดำ Fine Nappa ตัดด้วยด้ายแดงโดยตัวเบาะจะเป็นลายรังผึ้ง มาพร้อมฟังก์ชั่นนวด

Audi-RS5-Steer-Wheel

พวงมาลัย 3 ก้าน หุ้มหนัง Alcantara
นอกจากนี้ภายในมีการตกแต่ง Trim Carbon kevlar

Audi-RS5-Dashboard

มาตรวัดเป็นแบบ Audi virtual cockpit plus ขนาด 12.3″ แบบ 3 มิติ ความละเอียดสูง บอกแรง G ด้วย
ส่วนจอเอนเตอร์เทนเมนต์ ขนาด 10.1″

Audi-RS5-Drive-Mode

ระบบ Audi drive select 3 โหมด Auto, Comfort, Dynamic (ซุ่มเสียงเปลี่ยนทันที)
นอกจากนี้ยังเซ็ทโหมดเป็นสไตล์ของเราเองได้ RS1 และ RS2 กดใช้ง่ายที่ปุ่มบนพวงมาลัย
ซึ่งเมื่อกดเข้ามาหน้าจอมาตรวัดการ Display ก็จะมาในสไตล์ RS เลย

Audi-RS5-interior

ชุดเครื่องเสียง Bang & Olufsen ลำโพงมากถึง 19 ตำแหน่ง
ระบบปรับอากาศเป็นแอร์ 3 โซน

ส่วนหลังคาพาโนรามิก ไม่ต้องกลัวว่าจะร้อนเหมือนแบรนด์รถไฟฟ้า มะกันนะครับ เพราะเค้ามีผ้าใบหลังคา

Audi-RS5-Engine

ครื่องยนต์ บล็อก V6 ความจุ 2.9 ลิตร TFSI Twin-Turbo
ให้พละกำลังสูงสุด 450 แรงม้า@5,700-6,700rpm และแรงบิดมหาศาลสูงถึง 600 นิวตันเมตร@1,900-5,000rpm
ส่งกำลังด้วยเกียร์ Tiptronic 8 จังหวะ ลงสู่ระบบขับเคลื่อน 4ล้อ Quattro
ทำให้มันมีอัตราเร่ง ที่เร้าใจ 0-100 กม./ชม. ใน 3.9 วินาที กับ Top Speed ล็อกประมาณ 250 กม./ชม.

ตั้งแต่ติดเครื่องยนต์ เสียงต้องบอกว่านุ่มมากกับเครื่อง V6 Bi-Turbo ผ่านท่อไอเสีย RS คันนี้ดูนุ่มไม่ดังลั่นไม่แผดหู
ถ้าขับโหมด Auto หรือ Comfort บอกเลยว่า ขับง่ายมากๆ คุณผู้หญิง หรือ ใครก็ขับได้สบายๆ เน้นแอร์เย็น เงียบ ขับได้เรื่อยๆ
แต่พอปรับโหมดเป็น Dynamic เสียงท่อแผดก้าวร้าวขึ้นระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่รู้สึกว่าดังเท่าไร
คันเร่ง Sensitive ขึ้น กดแล้วมาตามสั่ง แถมเวลาถอนคันเร่ง ก็มีจังหวะเสียง Back Fire มา ให้ได้ยินเร้าใจ

Audi-RS5-Rolling

ขับแล้วดุเอาเรื่องเลย มันพร้อมคำรามเร่งแซงรถทุกคันบนท้องถนน พีคทอร์คเค้ามาตั้งแต่รอบต่ำประมาณ 2,000rpm (ช่วงบูสต์มา) และลากยาวเป็น Flat Torque จนไปส่งต่อที่ย่านแรงม้าสูงสุด ทำให้รถคันนี้ขับสนุกในทุกช่วงรอบเครื่อง

ผมไปลอง 0-100 ด้วย Launch Control ได้ 3.8 วินาที
เร็วกว่าที่ Audi เคลมไว้อีก แต่ถ้าออกแบบปกติทั่วไป ก็จะช้าขึ้นมาประมาณ วิกว่าๆ 2 วิ

Audi-RS5-Rolling-2

แรงแบบนี้การคอนโทรลควบคุมล่ะ ดีงาม! ไม่แพ้กัน คอนโทรลได้ง่ายมากๆ
ด้วยระบบขับเคลื่อน 4ล้อ Quattro อันเลื่องชื่อ แน่นตึ๊บ แบบเกาะจิกโค้งเข้าด้วยความเร็วในระดับหนึ่ง ไม่มีแถ
ภาพรวมช่วงล่าง RS Sport คันนี้เฟิร์ม แน่น กระชับ แต่ แปลกใจ ไม่แข็งอย่างที่คิด เอาง่ายๆ ไม่ตึงตังเลย
คิดว่าเป็นรถสปอร์ตคูเป้ น่าจะนั่งแล้ว อึดอัด เปล่าเลย ขับปกติ ยิ่งถ้าโหมด Comfort หรือ Auto แอร์เย็น เงียบ
ฟีลช่วงล่างไม่ดีดดิ้น ผู้ใหญ่ขับ ผมว่า ok ชอบได้เลย

พวงมาลัย น้ำหนักดีมาก ออกตัว ถ้าเป็นผู้หญิงยังมือเดียวสบายๆ เบามากๆ
และเริ่มแปรผันนน. ตามความเร็ว
การขับดูสปอร์ต คมไว และนิ่ง แต่ผมว่ามันยังไม่ไวจนเกินไป (ส่วนตัวอยากได้ไวกว่านี้ จะได้ใช้วงเลี้ยวน้อยๆ)
แต่ Audi เค้าเซ็ทมาดีแล้ว เพื่อให้ขับใช้งานบนถนนได้แบบไม่ยาก หรือ เครียดจนเกินไป
แต่โดยรวม ยังกระฉับกระเฉง และคอนโทรลได้สนุกมากๆ

Audi-RS5-Brake

ส่วนเบรกหน้า 6 Pot บอกเลยปราบม้าพยศ 450 ตัวลงได้สบายดูดความเร็วลงอยู่เท้า
แต่ แป้นมันเซ็ทไม่ตื้นมาก คือ ไม่ใช่สไตล์เบรกจิกหัวทิ่ม สามารถไล่น้ำหนักเบรกได้แบบนิ่มนวล

Audi-RS5

ราคา Audi RS5 5.99 ล้านบาท นำเข้าจากเยอรมัน ต้องถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะถ้าเทียบกับรถคันอื่นในคลาสเดียวกันแบรนด์เยอรมัน เขาราคาเหยียบ 10 ล้านกันเลย

รีวิว 2020 Ducati Panigale V4S

ต่อกันที่ Panigale V4 S รถมอเตอร์ไซค์ที่ได้ชื่อว่ารูปทรงเซ็กซี่ที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา ตั้งแต่หัวจรดท้าย ไฟหน้ายันขายึดป้ายทะเบียน

Ducati-Panigale-V4S-Audi-RS5-2

พร้อมยกเทคโนโลยีจากสนามแข่ง MotoGP ทั้งชุดวิงเล็ท ซึ่งช่วยให้รถนิ่งขึ้นมากในการขี่ที่ความเร็วสูงกว่า 250 กม./ชม.+

ช่องระบายความร้อนด้านข้างขนาดใหญ่ ซึ่งอันที่จริงเป็นดีไซน์ที่ยกมาจาก V4R

2021-Ducati-Panigale-V4S-Side

แฟริ่งท้ายก็มีช่องรีดอากาศเพื่อลดกระแสลมวนด้านหลัง ซึ่งอันที่จริงรถมอเตอร์ไซค์ตระกูล Panigale ถือเป็นผู้นำเทรนด์งานออกแบบแฟริ่งท้ายลักษณะนี้คันแรกๆของโลกด้วย

เฟรมหน้าแบบอลูมิเนียมโมโนค็อกอันเป็นเอกลักษณ์

ถังน้ำมันอลูมิเนียม 16 ลิตร ดีไซน์จากสนามแข่ง

my2020-ducati-panigale-v4-05

จอมาตรวัดก็ไฮ-เทคสุดๆด้วยหน้าจอแบบ TFT ขนาด 5 นิ้ว แสดงผลได้ละเอียดทุกค่า ตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ ความเร็ว ตำแหน่งเกียร์ ไปจนถึงสถานะการทำงานต่างๆของตัวรถ

john-Panigale-V4S

ในส่วนท่านั่ง ด้วยความเป็นสปอร์ตเรพลิก้าไบค์ และเบาะนั่งที่สูงถึง 835 มิลลิเมตร กับแฮนด์บาร์ที่หมอบต่ำ บอกเลยว่ามันทำให้การขี่ใช้งานในเมืองของผู้ขี่ไซส์เล็กนั้นต้องปรับตัวพอสมควร แต่เอาจริงๆมันก็คือสิ่งที่คนใช้สปอร์ตเรพลิก้าไบค์ต้องรับให้ได้อยู่แล้ว หากจะใช้งานมันในชีวิตประจำวัน

ส่วนวิงเล็ทที่ให้มา จากการลองใช้จริง ผมกลับพบว่ามันไม่ได้มีปัญหาเท่าไหร่สำหรับการลัดเลาะ เพราะมันก็กว้างพอๆกับกระจกมองข้างและแฮนด์บาร์นั่นเอง

Panigale-V4S-Engine

ขุมกำลังของ Panigale V4 S คันนี้ เป็นเครื่องยนต์ความจุ 1,103cc แบบ V4 Desmosedici Stradale แบบ 90 องศา เทคโนโลยีส่งตรงจากสนามแข่ง MotoGP ทำแรงม้าสูงสุดได้ถึง 214 แรงม้า (PS) ที่ 13,000 รอบ/นาที กับแรงบิดสูงอีก 124 นิวตันเมตร ที่ 10,000 รอบ/นาที ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขกำลังที่สูงแทบจะที่สุดแล้วของซุปเปอร์ไบค์ปัจจุบัน

Ducati-Panigale-V4S-Audi-RS5-3

จากสมรรถนะเครื่องยนต์ระดับนี้ จึงไม่แปลกใจที่หากเราเปิดคันเร่งเต็มที่ พร้อมเปิดระบบ Launch Control ตัวรถก็พร้อมจะพุ่งจะยานจากหยุดนิ่งออกไปถึงความเร็วสูงสุด 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้สบายๆ ด้วยการต่อเกียร์ที่มีควิกชิฟท์เตอร์ 2 ทางขึ้นลง กับระบบสลิปเปอร์คลัทช์มาช่วยเก็บงานแบบเนียนๆ เรียกได้ว่ายากที่ใครจะตามทัน แม้แต่ Audi RS5 สปอร์ตคูเป้สุดแรงที่เรานำมาขับคู่กันในวันนี้

Review-Ducati-Panigale-V4-S_08

และถึงแม้ซุปเปอร์ไบค์คันนี้ จะมีแรงม้ามากถึง 200 กว่าตัว แต่ด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้า กับโหมดการทำงานของเครื่องยนต์ต่างๆที่ผู้ขี่อย่างเราๆสามารถเลือกปรับตั้งได้หลายรูปแบบมากๆ เช่นเดียวกับระบบ Wheelie Control, Traction Control, Engine Brake Control และอื่นๆอีกมากมาย

นั่นจึงทำให้เพื่อนๆไม่ต้องกังวลเลยว่ามันจะขี่ในเมืองยากมั้ย เพราะเราสามารถดร็อปความดิบตัวรถลงเพื่อที่จะได้เอาไว้ใช้ขี่อวดสาวๆในเมืองแบบชิลๆ หรือจะปรับให้แรงสุดๆในเวลาที่เร่งรีบก็ได้

Review-Ducati-Panigale-V4-S_07

ระบบกันสะเทือนของ Panigale V4 S ก็จัดเต็มจาก Ohlins ด้วยโช้กหน้าหัวกลับ แกนสีทอง เดียวกับโช้กเดี่ยวมีซับแทงค์แก๊สแยกด้านหลังที่ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มอลูมิเนียมแขนเดี่ยวสุดหล่อ

และจากการที่ตัวโช้กมาพร้อมกับระบบปรับการทำงานด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบแปรผันความหนืดตามสภาพผิวถนน เพื่อนๆจึงหายห่วงในเรื่องของการควบคุมได้เลย ทั้งจากการทำงานของตัวระบบกันสะเทือนเอง ที่เน้นความจิกกัดไปกับโค้งเป็นอย่างดี และการพลิกเลี้ยวรถเมื่อมีความเร็วที่คล่องตัวจากน้ำหนักตัวรถรวมของเหลวเพียง 198 กิโลกรัมเท่านั้น

Review-Ducati-Panigale-V4-S_10

แต่จะติดอยู่นิดหน่อยคือ ด้วยโช้กที่ติดแข็งตามฉบับสปอร์ตไบค์ กับชุดล้อที่เป็นแบบอลูมิเนียมฟอร์จราคาแพง ที่เพื่อนๆอาจจะต้องระวังการขี่รถผ่านหลุมบ่อต่างๆในบ้านเราเป็นพิเศษนั่นเอง

Review-Ducati-Panigale-V4-S_06

ระบบเบรกของ Panigale V4 S ที่จัดเต็มยกชุดจาก Brembo ทั้ง ด้านหน้า จานเบรกคู่ไซส์มหึมาขนาด 330 มิลลิเมตร ทำงานร่วมกับปั๊มเรเดียลเมาท์ 4 พอร์ท ตัวท็อปสายถนน Brembo Stylema

และ ด้านหลัง จานเบรกเดี่ยวขนาด 245 มิลลิเมตร ทำงานร่วมปั๊มแอกเซียลเมาท์ 2 ลูกสูบ

นอกจากนี้ มันยังมีระบบ Cornering-ABS ที่ไม่ได้แค่ป้องกันล้อล็อคตอนเบรกหนักๆบนทางตรง แต่ยังแปรผันการทำงานตามองศาการเอียงของรถได้อีก

ดังนั้นด้วยระบบเบรกที่แต่เดิมถูกออกแบบมาเพื่อหยุดชะลอรถมอเตอร์ไซค์ 200 กว่าแรงม้าให้อยู่หมัดในจังหวะจะเข้าโค้งในสนามอยู่แล้วเช่นนี้ เมื่อเอามาใช้ในเมืองที่ไม่ได้ขี่ความเร็วสูงมากนัก หากผู้ขี่อย่างเรามีสติมากพอ ยังไงมันก็เป็นระบบเบรกที่ทำให้เราอุ่นใจในการใช้งานสุดๆอยู่แล้ว

2021-Ducati-Panigale-V4S-2

ราคา Ducati Panigale V4 S 1,264,000 บาท แพง แต่คุ้ม! กับความแรง และเทคโนโลยีที่ได้จัดเต็มเช่นนี้ แถมขี่ไปไหนใครก็มอง

Audi-RS5-Ducati-Panigale-V4S-Cover4
สรุปแล้ว รีวิว Audi RS5 VS Ducati Panigale V4 S 2คัน กำลังรวมกว่า 664 แรงม้า
ที่ถือได้ว่าเป็นรถสุดสายทั้ง 2 คัน Sport Coupe Hi-performance และ Superbike จากอิตาลี

Audi-RS5-Ducati-Panigale-V4S-Cover6
ถือเป็นของต้องมี ถ้าคุณเป็นคอสายพันธุ์แรง จัดเลยครับ ได้รถทั้ง 2 คันนี้ เก็บไว้ใน Garage
ทั้ง 2 คัน ราคารวมกัน 7 ล้านต้น กับการที่มีทั้งรถ 4 ล้อ และ 2 ล้อ สมรรถนะระดับนี้ ผมว่าไม่แพงเลยครับ

ผู้ที่สนใจ สามารถไปติดต่อรับชมตัวจริงได้ที่โชว์รูม Audi Centre Thailand เลียบด่วน ประดิษฐ์มนูธรรม

Hãy bình luận đầu tiên

Để lại một phản hồi

Thư điện tử của bạn sẽ không được hiện thị công khai.


*