รีวิว GPX Demon GR200R 2022 จงอาง 4 วาล์ว มันส์มือกว่าเดิม เพิ่มเติมท่าขี่สปอร์ต

รีวิว GPX Demon GR200R 2022 จงอาง 4 วาล์ว พร้อมแล้วที่จะให้เพื่อนๆได้รับชมกันในวันนี้ หลังจากที่ทาง GPX ได้มีการเปิดตัวมันอย่างสุดเซอร์ไพรซ์ไปเมื่อวันที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งมันจะมีความเปลี่ยนแปลงไปจาก GPX Demon GR200R โฉมแรกที่เปิดตัวเมื่อปี 2020 อย่างไรบ้าง ? เรามาว่ากันเลย

gpx-demon-gr200r-2022-review-002
ก่อนอื่นสำหรับ รีวิว GPX Demon GR200R 2022 คันนี้นั้น จะเน้นเนื้อหาไปที่จุดเปลี่ยนต่างๆซึ่งเกิดขึ้นบนตัวรถเป็นหลัก เนื่องจากหากมองโดยผิวเผิน การปรับโฉมของเข้า GR200R ครั้งนี้ ยังไม่ใช่การปรับโฉมแบบ All-New แต่เป็นการปรับโฉมในระดับ Big-Minor Change เป็นหลักนั่นเอง

gpx-demon-gr200r-2022-review-001

และอย่างที่เราได้เกริ่นไว้ ว่า GPX Demon GR200R 2022 จะยังคงถูกสร้างบนพื้นฐานที่ไม่หนีไปจากตัวรถ GR200R รุ่นแรกที่เปิดตัวเมื่อปี 2020 เท่าไหร่นัก ดังนั้นหากมองโดยผิวเผิน ชุดแฟริ่งต่างๆของมันจึงยังคงมาพร้อมกับเส้นสายที่ดุดัน ราวกับ “งูจงอาง” ที่พร้อมจะฉกคู่แข่งทุกรายที่ย่างกรายเข้ามาเช่นเคย

gpx-demon-gr200r-2022-review-009

เพียงแต่ในคราวนี้มันจะมาพร้อมกับเฉดสีใหม่ เน้นการเสริมกลิ่นอายในแบบฉบับของตัวแข่ง Daytona Racing มากยิ่งขึ้น ในลักษณะของความเป็นทูโทน และเสริมสีสันสะดุดตาบนชิ้นส่วนต่างๆ ทั้งปลอกโช้กหน้าสีแดง, เครื่องยนต์สีแดงทั้งลูกตั้งแต่ฝาสูบยันแครงก์ล่าง, การ์ดกันความร้อนท่อไอเสียสีเงิน, ชุดล้อหน้า-หลังสีแดง (เฉพาะตัวรถสีขาว-แดง), และเฟรมสีเทา (เฉพาะตัวรถสีขาว-แดง)

gpx-demon-gr200r-2022-review-041

นอกจากนี้ ตัวพักเท้าผู้ขี่เอง ยังมีการปรับตำแหน่งใหม่ ให้ยกและเยื้องขึ้นมาสูงมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่านั่นทำให้ท่านั่งของลำตัวผู้ขี่ช่วงครึ่งล่างจะมีความจิก และต้องงอเข่าเข้าหาตัวรถ ซี่งจะให้ท่านั่งที่มีความสปอร์ตมากกว่าเดิม

gpx-demon-gr200r-2022-review-007
ดังนั้น ในสัมผัสแรกที่ได้ขึ้นคร่อมมันจึงค่อนข้างเข้ากันกับลักษณะการโน้มตัวของท่าทางการขี่ของลำตัวช่วงบนมากขึ้นไปอีก เนื่องจากแต่เดิม ลักษณะความสูงและความกว้างของแฮนด์บาร์เจ้า GR200R ก็ค่อนข้างหมอบในระดับหนึ่งอยู่แล้ว พอมีการปรับตำแหน่งพักเท้าใหม่ จึงทำให้ผู้ขี่สามารถออกท่าทางตอนทิ้งโค้งต่างๆในยามเข้าโค้งได้อย่างทะมัดทะแมงมากยิ่งขึ้น หรือตอนที่ต้องขี่หมอบหลบลมเอง ก็ให้ความรู้สึกที่กระชับเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับตัวรถมากกว่าเดิมด้วยเช่นกัน

เพียงแต่ในจังหวะที่ต้องใช้อุ้งเท้าจิกพักเท้าเอาไว้ ส้นเท้าอาจจะไปโดยพักเท้าผู้ซ้อนง่ายไปสักนิด เพราะฉะนั้นหากเพื่อนๆมีสายซ้อน ในจังหวะจิกพักเท้าด้วยปลายเท้าจึงมีโอกาสที่ส้นเท้าของเราจะไปโดนปลายเท้าผู้ซ้อนค่อนข้างสูงในกรณีที่ผู้ซ้อนไม่เปิดปลายเท้าออก

gpx-demon-gr200r-2022-review-029
ส่วนความเมื่อยล้า จากท่านั่งที่ถูกปรับใหม่ แน่นอนว่ายังไงด้วยท่านั่งที่ค่อนข้างสปอร์ตจ๋าขนาดนี้ หากเพื่อนๆไม่เคยชินกับการขี่รถมอเตอร์ไซค์แนวนี้มาก่อน ก็จะต้องบนว่าเหนื่อยหรือเมื่อยข้อมือและหลังง่ายๆแน่นอน แต่ส่วนตัวจากการที่ผู้ทดสอบได้ลองขี่ใช้งานรถแบบยาวๆ 400 กิโลเมตรทั้งวัน (ครึ่งแรกพักจิบกาแฟบ้าง กินข้าวบ้าง เป็นระยะๆ แต่ครึ่งหลังบิดรวดเดียวเกือบ 200 กิโลฯไม่พัก) พบว่าความเมื่อยที่เกิดขึ้น แค่พอให้รู้ว่านี่คือสัจธรรมของรถมอเตอร์ไซค์ทรงสปอร์ตเท่านั้น หากปรับตัวเข้าหารถให้ดี จัดตำแหน่งข้อมือ แขน และลำตัวให้ถูกต้อง ก็สามารถขี่แบบลากยาวได้สบายๆ จบทริปได้โดยไม่ต้องหายาหม่อง หรือน้ำมันมวยมาทาถูทาถูตามลำตัวแต่อย่างใด (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเคยชินและสรีระของผู้ขี่ด้วยนะครับ)

ด้านความสูงเบาะของ GR200R 2022 ยังคงสูงเท่าเดิมคือ 815 มิลลิเมตร ซึ่งอาจจะสูงไปบ้างสำหรับผู้ขี่ไซส์เล็ก อย่างเช่นผู้ทดสอบที่สูงไม่ถึง 170 เซนติเมตรเอง ก็ไม่สามารถใช้ส้นเท้าทั้งสองข้างแตะพื้นพร้อมกันได้ตอนขึ้นคร่อม แต่ด้วยความที่เบาะนั่งช่วงหว่างขาค่อนข้างบาง และจุดศูนย์ถ่วงรถอยู่ในระดับกลางๆค่อนไปทางต่ำ ดังนั้นเพื่อนๆจึงสามารถใช้วิธีเหยียบพักเท้าข้างหนึ่ง และเอียงรถไปลงน้ำหนักที่เท้าอีกข้างหนึ่งแบบเต็มฝ่าได้สบายๆโดยไม่เมื่อยแต่อย่างใด

gpx-demon-gr200r-2022-review-022
เครื่องยนต์ หรือขุมกำลังของ GPX GR200R 2022 ในเบื้องต้น ยังคงเป็นบล็อคสูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำความจุ 198cc ลูกเดิม เพียงแต่ในคราวนี้ ชุดฝาสูบของมัน ได้ถูกปรับปรุงให้เปลี่ยนจากแบบ SOHC 2 วาล์ว เป็น SOHC 4 วาล์ว ส่งผลทำให้ แรงบิดสูงสุด เพิ่มขึ้นจาก 17.2 Nm ที่ 6,500 รอบต่อนาที เป็น 17.5 Nm ที่ 7,500 รอบ/นาที ขณะที่แรงม้าสูงสุด ก็เพิ่มขึ้น จาก 17.4 แรงม้า ที่ 8,000 รอบต่อนาที เป็น 19.1 แรงม้า ที่ 9,000 รอบ/นาที

ด้วยการปรับสเปคเครื่องยนต์เช่นนี้ ทำให้คาแรคเตอร์เครื่องยนต์เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสังเกตได้ โดยอย่างแรกสุดที่เราต้องระบุถึงก่อนก็คือ เครื่องยนต์ 4 วาล์วที่อยู่ใน GR200R 2022 นั้น จะไม่ได้มี “ความดึงของอัตราเร่ง” ที่เด่นชัดเท่ากับเครื่องยนต์ 2 วาล์วที่อยู่ใน GR200R 2020 แต่จะค่อนไปทาง มี “ย่านกำลังกว้างขวาง” ให้เรียกใช้ตั้งแต่กลางถึงปลายมากกว่าเดิม

gpx-demon-gr200r-2022-review-034
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากเดิม ที่จะมีแรงดึงช่วง 7,000 รอบ/นาที แล้วจะเริ่มตื้อเมื่อรอบเครื่องยนต์แตะหลัก 9,500 รอบ/นาที ในคราวนี้สำหรับ GR200R MY2022 การไต่ความเร็วในช่วงรอบเครื่องยนต์สูงๆตั้งแต่ช่วงราวๆ 8,000 รอบ/นาที ขึ้นไป จนถึงเกือบๆ 11,000 รอบ/นาที จะมีความไหลลื่น ต่อเนื่องมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีอาการตื้ออีกต่อไป แต่ทั้งนี้ เพื่อนๆอาจจะต้องฃลากรอบเครื่องยนต์ให้สูงเอาไว้หน่อย เพื่อที่การใต่ความเร็วในเกียร์ถัดไป รอบเครื่องยนต์จะได้ไม่ตกลงมากเกินไป

จากย่านกำลังที่สามารถเรียกใช้ในช่วงรอบเครื่องยนต์สูงๆที่มากขึ้น ทำให้การไต่ความเร็วสูงสุดทำได้ง่ายมากขึ้นเช่นกัน เพราะจากก่อนหน้านี้ ในบททดสอบของตัว GR200R MY2020-2021 ทางทีมงาน MotoRival สามารถทำตัวเลขได้ 144 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยที่ความรู้สึกของเครื่องยนต์ ณ ตอนนั้น รู้สึกว่าไหลขึ้นได้ยาก หรือเครื่องยนต์เริ่มตื้อตั้งแต่ช่วงราวๆ 130 ปลายๆแล้ว แต่สำหรับตัวเลขความเร็วสูงสุดของ GR200R MY2022 ที่ทีมงานสามารถทำได้นั้น จะขยับขึ้นไปเป็น 150 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยที่เครื่องยนต์ยังไม่คราง หรื้ออื้ออึงเหมือนเคย ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สำหรับการปรับสเปคเครื่องยนต์ในครั้งนี้

gpx-demon-gr200r-2022-review-037
ด้านตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองของเครื่องยนต์ 4 วาล์ว ใน GR200R MY2022 น่าเสียดายที่ผู้ทดสอบยังไม่มีโอกาสที่จะวัดตัวเลขแบบแน่ชัด แต่จากการคำนวนโดยคร่าวๆแล้ว อัตราสิ้นเปลืองกับการขี่เดินทางด้วยความเร็วเฉลี่ยบนหน้าจอมาตรวัดราวๆ 100-110 และมีหลายช่วงก็บี้คันเร่งเพื่อหาตัวเลข Top Speed เป็นช่วงๆเมื่อถนนโล่งพอ ก็พบว่าอัตราสิ้นเปลืองนั้นอยู่ในระดับ 36-37 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งก็ไม่ได้หนีไปจากอัตราสิ้นเปลืองของ GR200R ที่ใช้เครื่องยนต์ 2 วาล์ว หรือรถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตไบค์คลาส 150cc-200cc เลย

gpx-demon-gr200r-2022-review-038
ส่วนสัมผัสในด้านการควบคุมตัวรถต่างๆ หากว่ากันตามตรง ทาง GPX ไม่ได้มีการปรับสเปคระบบกันสะเทือนของ GR200R MY2022 จากรุ่น MY2020-2021 เพราะมันยังคงเป็นระบบกันสะเทือนโช้กหน้าตะเกียบคู่หัวกลับด้านหน้า และโช้กเดี่ยวปรับพรีโหลดได้จาก YSS ทำงานร่วมกระเดื่องทดแรงแล้วก็สวิงอาร์มเหล็กแขนคู่ชุดเดิม เพียงแต่ในคราวนี้ ด้วยยางติดรถที่เปลี่ยนจากของ VeeRubber ก็ได้หันมาใช้ยาง iRC Road Winner ซึ่งเป็นยาง O.E.M ยอดนิยมสำหรับรถสปอร์ตไบค์ไซส์นี้เรียบร้อย

จากการปรับเปลี่ยนในเรื่องของโมเดลยางติดรถ จึงทำให้ GR200R MY2022 สามารถพลิกเลี้ยว ได้อย่างมั่นคงมากยิ่งขึ้น มีจังหวะในการพับเข้าโค้งที่นิ่งขึ้น ทว่ายังคงเป็นสปอร์ตไบค์ที่ให้ลักษณะในการพลิกเลี้ยวแบบ หน้าเข้าหาโค้งเมื่อเอียงรถเข้าไป ไม่ได้มีอาการดื้อ หรือบานโค้งง่ายๆแต่อย่างใด ทั้งนี้ก็เป็นเพราะการออกแบบตัวรถในเรื่องของจุดศูนย์ถ่วงที่ยังคงค่อนไปทางด้านหน้าตัวรถ ส่วนเรื่องของการซับแรงสะเทือนต่างๆ ก็จัดอยู่ในระดับที่พอรับได้ อาจจะไม่สามารถซับแรงกระแทกจากฝาท่อ หรือรางรถไฟ ตอนขี่มาไม่ระวังได้หมดจด แต่ก็ยังนิ่มพอที่จะสามารถซับแรงจากลอนคลื่นได้สบายๆ หรือเพื่อนๆจะปรับพรีโหลดโช้กหลังตามความรู้สึกของตนเองก็ได้ เนื่องจากโช้กเดี่ยวด้านหลังของ YSS ที่ให้มา สามารถปรับพรีโหลดได้ถึง 7 ระดับ

gpx-demon-gr200r-2022-review-033
ระบบเบรก ที่ให้มา ยังคงเป็นแบบดิสก์เดี่ยว ขนาด 276 มิลลิเมตร ทำงานร่วมคาลิปเปอร์เบรกแบบโฟลทติ้งเมาท์ 2 พอร์ท ทางด้านหน้า และ แบบดิสก์เดี่ยว ขนาด 220 มิลลิเมตร ทำงานร่วมคาลิปเปอร์เบรกแบบโฟลทติ้งเมาท์ 1 พอร์ท ทางด้านหลัง ดังนั้นความรู้สึกในจุดนี้จึงไม่ได้เปลี่ยนไปจาก GR200R รุ่นแรก นั่นคือมันยังคงเป็นระบบเบรกที่ให้ความรู้สึกการหยุดชะลอตัวรถค่อนไปทางนุ่มนวล ไล่แรงได้ง่าย

gpx-demon-gr200r-2022-review-036
สรุป รีวิว GPX Demon GR200R 2022 จงอาง 4 วาล์ว คันนี้ หากไม่นับหน้าตาและเฉดสี ที่สุดท้ายก็แล้วแต่รสนิยมของตัวเพื่อนๆเอง ในส่วนของการปรับปรุงสมรรถนะเครื่องยนต์มาเป็นบล็อค 4 วาล์วคราวนี้ ถือว่าสร้างความแตกต่างจาก GR200R 2 วาล์วไว้ค่อนข้างน่าประทับใจเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับความสามารถในการเค้นกำลังเครื่องยนต์ช่วงรอบปลายที่ไหลลื่น และไหลได้ยาวมากขึ้น ขณะที่ท่านั่งเองก็มีความดุดัน ช่วยให้ผู้ขี่จิกเข่าไปกับตัวรถได้ดียิ่งขึ้น เหมาะสำหรับใครสักคนที่อยากจะเรียนรู้ความรู้สึกของการขี่สปอร์ตไบค์จ๋าๆในงบไม่ถึง 1 แสนบาทได้เป็นอย่างดี

gpx-demon-gr200r-2022-review-008
GPX Demon GR200R 2022 มาพร้อมกับ 3 เฉดสีใหม่ ในคอนเซปต์ Turn On The Fast Side ที่ปรับลุคใหม่ในสีสันและลวดลายสุดเร้าใจ ได้แก่ สี WHITE VOLPE ROSSA (ขาว-แดง) , BLACK ONYX HYPERSPORT (ดำ-เทา) , YELLOW PUFFER ROCCIA (เหลือง-เทา) พร้อมสนนราคา 81,500 บาท

โดยหากเพื่อนๆคนไหนสนใจ ทาง GPX ยังมีโปรโมชั่นเฉพาะช่วงเปิดตัว รับ Voucher online ซื้อรถ GPX Demon GR200R 2022 ในราคาพิเศษ 79,800 บาท ให้ด้วย พร้อมรับฟรี! ค่าจดทะเบียน และ พรบ. เพียงลงทะเบียน Booking รับสิทธิพิเศษนี้ทางออนไลน์ www.gpxthailand.com ตั้งแต่วันนี้ – 31 ต.ค. 64 นี้เท่านั้น

gpx-demon-gr200r-2022-review-025
ขอขอบคุณ GPX Thailand
รณกฤต ลิมปิชาติ Writer & Test Rider

Hãy bình luận đầu tiên

Để lại một phản hồi

Thư điện tử của bạn sẽ không được hiện thị công khai.


*